แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - administrator

หน้า: [1]
1
Thai Fight, เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (Thailand) Vs Sinan Uluturk (Turkey)

https://www.youtube.com/watch?v=lUeDFRxEhS8

2
เรื่องของนาฬิกา / ประเภทนาฬิกา
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2018, 08:20:14 am »

Mechanical Watch


Quartz Watch


ประเภทนาฬิกา

เราเริ่มต้นกับเรื่องราวการแบ่งประเภทนาฬิกาตามกลไก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1.  Mechanical Watch หรือนาฬิกากลไกจักรกล ที่อาศัยการเคลื่อนไหวของฟันเฟืองต่างๆภายในชุดกลไกที่ได้รับแรงขับมาจากลานสปริงมาทำให้นาฬิกาเดินได้ นาฬิกาจักรกลได้รับการคิดค้นมานานหลายร้อยปีซึ่งประมาณกันว่ามีการคิดประดิษฐ์ขึ้นราวศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

   - Manual Winding Watch คือนาฬิกาไขลาน (หรือไขลานด้วยมือ) ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีใช้กันมาแต่ดั้งเดิมโดยอาศัยการไขลานเพื่อดึงให้สปริงลานดึงขึ้น และเมื่อสปริงลานตัวนี้คลายตัว ก็เสมือนการถ่ายโอนพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนๆฟันเฟืองต่างๆของกลไกและทำให้นาฬิกาทำงาน

   - Automatic Winding Watch (Self-winding watch) คือนาฬิกาออโตเมติก หรือนาฬิกาไขลานอัตโนมัติ หรือเรียกง่ายๆว่าไขลานและทำงานได้ด้วยตัวเอง นาฬิกาในกลุ่มนี้จะมีตัวโรเตอร์ (Rotor) คอยเหวี่ยงขึ้นลานให้ ขณะที่เราสวมใส่นาฬิกาไว้บนข้อมือตลอด หรือ อยู่ในเครื่องหมุนหรือตู้ไขลานนาฬิกา (Watch winder) ซึ่งแรงเหวี่ยงจากข้อมือและตู้ไขลานจะช่วยให้โรเตอร์ทำงานตลอดส่งผลให้เกิดการขึ้นลานตลอด นาฬิกาจึงสามารถเดินได้ตลอดเวลา และจุดสังเกตของนาฬิกากลุ่มนี้ตัวเรือนเบาๆก็จะได้ยินเสียงโรเตอร์สั่นและหมุนดังเป็นเสียงกิ๊กเบาๆ

2.  Quartz Watch ที่เรียกกันว่านาฬิกาควอตซ์หรือนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ คือนาฬิกาที่ต้องใช้แบตเตอรี่หรือถ่านช่วยในการทำงานนั่นเอง นาฬิกากลุ่มนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินบอกเวลาหรือแสดงเวลาผ่านระบบตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดแบบ LCD หรือ LED ซึ่งจะใช้พลังงานไฟฟ้าบางส่วนส่งผ่านผลึกควอตซ์แล้วรับสัญญาณความถี่กลับออกมาให้ไมโครเซสเซอร์ประเมินผลออกมาเป็นเวลา และควบคุมการเดินของเข็มอีกทอดหนึ่ง นาฬิกาควอตซ์มีความเที่ยงตรงสูงและราคาไม่แพง สะดวกต่อการใช้งาน แต่ไม่นิยมในหมู่นักเล่นนาฬิกาเท่าไร

ที่มา www.expert-watch.com

3
เรื่องของนาฬิกา / ประวัติของนาฬิกา
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2018, 08:12:21 am »


ประวัติของนาฬิกา

นาฬิกาแดด เป็นนาฬิกาที่ใช้บอกเวลารุ่นแรกสุด ชาวสุเมเรียนเป็นชนเผ่าหนึ่ง ที่ใช้นาฬิกาชนิดนี้ โดยจะแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 12 ช่วงในหนึ่งวัน ซึ่งแต่ละช่วงจะกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้วิธีวัดความยาวแสงเงาเป็นมาตรฐานในการวัดระยะเวลา

ชาวอียิปต์ แบ่งเวลาออกเป็น 12 ช่วงเช่นกัน โดยดูเวลาจากเสาหินแกรนิตที่เรียกว่า ?Cleopatra Needles? การดูเวลาจะสังเกตจากความยาวและตำแหน่งเงา ที่แสงอาทิตย์ตกกระทบบนพื้นทำกับขีดทั้ง 12 ช่วงเวลาที่แบ่งไว้ เพื่อจะได้ไว้ดูว่าช่วงกลางวันเหลือเวลาที่เท่าไหร่

ชาวโรมัน แบ่งเวลาออกเป็นช่วงกลางวันและกลางคืน คอยมีเจ้าหน้าที่ประกาศเท่านั้น ขณะที่ชาวกรีกประดิษฐ์นาฬิกาน้ำ โดยใช้ถ้วยเจาะรูจมลงในโอ่ง เรียกว่า ?Clepsydra? ดูการจมของถ้วยเทียบระยะเวลา ชาวกรีกใช้นาฬิกาชนิดนี้ในศาล ต่อมาในปี 250 ก่อนคริตศักราช นักปราชญ์อาร์คิมิดิส พัฒนานาฬิกาน้ำนี้ขึ้นโดยเพิ่มตัวควบคุมความเร็ว เขาปรับปรุงนาฬิกาชนิดนี้เพื่อใช้งานทางดาราศาสตร์

ต่อมาจึงมีการทำนาฬิกาทรายขึ้น ซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วเป่าสองชิ้นมีรูแคบๆ กั้นกลาง โดยใช้ทรายเป็นตัวบอกเวลา จัดเป็นนาฬิกาแบบแรกที่ไม่อาศัยปัจจัย ดิน ฟ้าอากาศ มักใช้จับเวลาระยะสั้นๆ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การบูชา การเฝ้ายาม และการทำอาหาร เป็นต้น

สำหรับนาฬิกายุคใหม่ พัฒนาขึ้นช่วง ค.ศ.100 - 1300 ในยุโรปและในจีน คำว่า ?Clock? ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ระฆัง อาศัยหลักการดึงดูดก่อให้เกิดน้ำหนักที่จะเคลื่อนคันบังคับ ซึ่งจะทำให้เข็มนาฬิกาเคลื่อนที่

หอนาฬิกาแห่งแรกในโลก ติดตั้งที่มหาวิหารสตร๊าสบวร์ก ในเยอรมันนี ปี ค.ศ.1352 ? 54 และปัจจุบันยังใช้งานได้อยู่ ต่อมาในปี ค.ศ.1577 จึงมีการประดิษฐ์เข็มนาที และในปี ค.ศ. 1656 จึงมีการประดิษฐ์ลูกตุ้มที่ใช้ในนาฬิกาทำให้บอกเวลาเที่ยงตรงยิ่งขึ้น ส่วนนาฬิกาพก ประดิษฐ์ขึ้นโดย นาย ปีเตอร์ เฮนไลน์ ชาวเมืองนูเรม-บวร์ก จากนั้นในปี ค.ศ.1962 มีการประดิษฐ์นาฬิกาเชิงอะตอมซีเซียม ใช้ในหอดูดาวกรีนิช ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าจับเวลาคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด

ที่มา www.showded.com

4
สาระน่ารู้ / สัญญาณไฟจากรถบรรทุก
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2018, 08:06:52 am »


สัญญาณไฟจากรถบรรทุก

ระวัง!!
เมื่อไหร่ที่สังเกตเห็นรถบรรทุกคันหน้าให้สัญญาณเป็นลักษณะไฟเลี้ยวซ้ายที-ขวาที สลับกัน นั่นหมายความว่าเขากำลังส่งสัญญาณบอกให้เราระวัง เพราะเขากำลังจะเบรก ทางข้างหน้าอาจมีด่านหรือเกิดอุบัติเหตุอยู่ เพราะฉะนั้นให้เราชะลอความเร็ว วิ่งด้วยความเร็วต่ำ และห้ามแซง

ให้ทาง
หากเราขับรถตามพี่สิบล้อคันใหญ่ แล้วรู้สึกว่ารถบรรทุกคันหน้าวิ่งช้า และกำลังตัดสินใจจะแซง ขณะที่เราจะแซงนั่นสังเกตเห็นว่า รถบรรทุกเปิดไฟเลี้ยวซ้ายทั้งที่ไม่มีทางแยกหรือทีท่าจะเลี้ยวแต่อย่างใด นั่นหมายถึงเขากำลังบอกเราว่า ทางข้างหน้าปลอดภัย สามารถแซงออกขวาได้

ห้ามแซง
ถ้าเป็นเหตุการณ์เหมือนข้อที่แล้ว ที่เราคิดจะแซงรถบรรทุก แล้วมีสัญญาณไฟเลี้ยวขวากระพริบขึ้นมา นั่นแสดงว่าเขาจะบอกเราเป็นนัยๆ ว่าห้ามแซง อาจมีโค้ง หรือมีรถสวนมา หรืออาจมีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า ไม่ควรที่จะแซง ถ้าแซงอาจทำให้แซงไม่พ้น ให้รอก่อน และเมื่อพี่สิบล้อคันข้างหน้าเห็นว่าทางสะดวกสามารถแซงได้ ก็จะเปิดไฟเลี้ยวซ้ายส่งสัญญาณให้เราแซงได้อย่างสะดวกในเวลาต่อมา

ของทางหน่อย จะตรงไป
กรณีคุณขับรถตามรถบรรทุกที่จอดรอสัญญาณไฟจราจรตรงสี่แยก แล้วสังเกตเห็นรถบรรทุกเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน นั่นก็หมายความว่า เขากำลังจะตรงไป หากคันหลังจะตรงก็ตามมาได้เลย แต่ถ้าหากคันหลังต้องการจะเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็สามารถเลี้ยวได้ตามสะดวก

ช่วยส่องไฟ
ในการเดินทางในยามค่ำคืน เราอาจะพบกับสภาพท้องฟ้าปิด ทำให้ถนนและเส้นทางที่เรากำลังเดินทางนั้นมืดสนิท ทัศนวิสัยต่ำมองเห็นเส้นทางค่อนข้างลำบาก และเมื่อเราพบกับพี่สิบล้ออยู่ข้างหน้า และเรากำลังจะแซง ในบางครั้งอาจพบว่ารถบรรทุกเปิดไฟสูง สาเหตุก็เพื่อเป็นการส่องทางข้างหน้าช่วยให้เราเห็นเส้นทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเปิดค้างไว้จนกว่าเราจะแซงรถบรรทุกพ้น และจะดับไฟสูงลงเมื่อเรากลับเข้าเลนได้ ถ้าเราเจอคนขับน่ารักๆแบบนี้ เมื่อแซงพ้นแล้วก็บีบแตรสั้นๆ ขอบคุณสักนิด เขาก็จะบีบแตรตอบกลับมา...ซึ่งการใช้รถใช้ถนนแบบนี้ ถือเป็นผู้ร่วมทางที่น่ารักมากเลยทีเดียว

ข้างหน้ามีเหตุ
ในกรณีที่เราวิ่งสวนทางกับรถบรรทุก แล้วพี่สิบล้อส่งสัญญาณไฟโดยดับไฟหน้าและเปิดขึ้น แสดงว่าเขากำลังบอกเราว่าทางข้างหน้ามีด่านหรืออุบัติเหตุรุนแรงให้ชะลอความเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย หรือให้เราเตรียมความพร้อมกับเหตุการณ์ข้างหน้าด้วย

เช็คเพื่อนร่วมทาง
หากเห็นรถบรรทุกวิ่งสวนมา แล้วกะพริบไฟสูง 1 ครั้ง มี 2 กรณีคือ เตือนรถที่วิ่งสวนทางกันมา หรือเป็นการถามว่าทางที่เราผ่านมามีด่านหรืออุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า ถ้าทุกอย่างปกติดี ก็กะพริบไฟหน้าตอบเขาไป 1 ครั้ง แต่หากมีด่านหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ให้ดับไฟหน้าและเปิดขึ้น เหมือนกรณีข้างหน้ามีเหตุ เพื่อเป็นการเตือนพี่สิบล้อให้เตรียมพร้อมกับทางข้างหน้า

ข้างหน้ามีด่าน
หากเห็นรถบรรทุกคันที่สวนมา อยู่ดีๆ กะพริบไฟหน้าพร้อมเปิดไฟเลี้ยวมาทางฝั่งเรา นั่นแสดงว่าข้างหน้ามีด่าน ให้เตรียมตัวและระมัดระวัง เตรียมชะลอความเร็ว และใช้ความเร็วต่ำ หากยังวิ่งด้วยความเร็วสูงอาจเกิดอันตรายได้

ขอทาง!
หากเห็นรถบรรทุกวิ่งกันมาเป็นแถวๆ แล้วจู่ๆ มีคันในแถวแฉลบหัวรถออกมาพร้อมกะพริบสูงไฟ 1 ครั้ง นั่นแสดงว่าเขากำลังขอทางและบอกเราว่ากำลังจะเร่งเครื่องแซง ขอใช้ทางวิ่งในเลนของเรา ให้เราระวัง ชะลอความเร็ว และถ้าเราพร้อมจะเปิดทางก็กะพริบไฟสูงตอบกลับไป 1 ที

เมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงหายสงสัยกันแล้วสินะ ว่าสัญญาณไฟต่างๆที่พี่รถบรรทุกเปิดตลอดเส้นทางที่ขับร่วมทางกันมาในยามค่ำคืนนั้นคืออะไร จากสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงน้ำใจที่มีต่อเพื่อนร่วมทาง ตลอดเส้นทางการขับขี่ ทำให้เห็นแง่มุมดีๆ และเปลี่ยนทัศนคติต่อผู้ขับรถบรรทุกที่เราเรียกกัน "สิบล้อ" ให้ดีขึ้นจากเดิมได้ แล้วตรองดูสักนิดว่าเขาเหล่านั้นยังเป็นแบบที่เราคิดในแง่ลบต่างๆนาๆ อยู่หรือเปล่า??

ขอขอบคุณข้อมูล,รูปภาพ จาก www.thairath.co.th , www.manager.co.th , one rescue

5



เราจะ "บีบแตร" ใส่คนที่ยืนยึกยักข้างริมถนนมั้ย...ถ้ารู้ว่าเขาใส่ "ขาเทียม"

เราจะ "เดินเบียด" ชนคนที่เดินช้าข้างหน้ามั้ย...ถ้ารู้ว่าเขาเพิ่ง "ตกงาน"

เราจะ "หัวเราะและนินทา" คนที่แต่งตัวเชยๆ มั้ย...ถ้ารู้ว่าเขามี "ชุดตัวเก่งแค่ชุดเดียว"

เราจะ "รำคาญ" สาวโรงงานที่มาเดินพารากอนมั้ย...ถ้ารู้ว่านี่คือการเก็บเงินมาฉลอง "วันเกิด" ของเธอ

เราจะ "หมั่นไส้และรำคาญ" ลุงโต๊ะข้างๆที่คุย และหัวเราะเสียงดังมั้ย...ถ้ารู้ว่าเขาอยู่ใน "มะเร็ง" ระยะสุดท้าย

เรารู้ชัดเสมอ ว่าเรากำลังเจออะไร......แต่เราไม่มีวันรู้หรอกว่า "คนที่เราเจอ" นั้นเจออะไรมาบ้าง "โลก" ไม่ได้หมุนรอบตัวเราคนเดียว


เป็นเนื้อหาสาระที่สะกิดใจได้ดีเสมอ เพื่อเตือนให้เรามีใจเอื้ออาทรต่อคนอื่น

6
เรื่องของนาฬิกา / นาฬิกา (Clock)
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2018, 07:51:36 am »


     นาฬิกา (Clock) เป็นเครื่องมือสำหรับใช้บอกเวลา โดยมากจะมีรอบเวลา 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง สำหรับนาฬิกาทั่วไป มีเครื่องหมายบอกชั่วโมง นาที หรือวินาที เครื่องมือสำหรับจับเวลาระยะสั้นๆ เรียกว่านาฬิกาจับเวลา เดิมนั้นเป็นอุปกรณ์เชิงกล มีลานหมุนขับเคลื่อนกำลัง และมีเฟืองเป็นตัวทดความเร็วให้ได้รอบที่ต้องการ และใช้เข็มบอกเวลา โดยใช้หน้าปัดเขียนตัวเลขระบุเวลาเอาไว้ ลักษณนามของนาฬิกา เรียกว่า “เรือน”
     แต่ก็มีนาฬิกาแบบอื่นๆ ซึ่งใช้บอกอีก เช่น นาฬิกาทราย ใช้จับเวลา, นาฬิกากะลา เป็นกะลาเจาะรูใช้จับเวลา โดยการลอยในน้ำ จนกว่าจะจมก็ถือว่าหมดเวลา, นาฬิกาแดด เป็นการตั้งเครื่องมือเพื่อให้สังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ โดยดูจากเงาของเครื่องมือ บางครั้งเราก็มีการบอกเวลาโดยใช้เครื่องมืออื่น ซึ่งไม่ได้เรียกว่าเป็น นาฬิกา เช่น การตีกลองบอกเวลาเพล ของพระสงฆ์, การตีฆ้องบอกเวลาของแขกยาม หรือการยิงปืนบอกเวลา เป็นต้น

หน้า: [1]