กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
21
สาระน่ารู้ / นาฬิกาชีวิต
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 03:20:25 pm »
สุขภาพดีได้ต้องเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย....
22
เรื่องของนาฬิกา / เรื่องไม่ลับของ Reverso ที่คุณอาจจะยังไม่รู้
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 03:10:21 pm »
1. Reverso กำเนิดจากกีฬาโปโล แต่ไม่ใช่ sport watch
Reverso เกิดขึ้นเมื่อปี 1931 เมื่อนักโปโลประสบปัญหาลูกโปโลกระแทกหน้าปัดนาฬิกาแตก และได้ปรึกษากับ JLC ฝ่ายออกแบบจึงคิดค้นนาฬิกาที่มีตัวเรือนพลิกกลับได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุดังกล่าว
ยุคนั้นเพิ่งเริ่มมีนาฬิกาข้อมือ เกือบทั้งหมดเป็นรูปแบบแนวเดรส การแยกประเภทเป็นแนวสปอร์ต เริ่มมีในยุค 1970 เป็นต้นมา


2. Reverso บางรุ่น ไม่ใช่แบรนด์ JLC ช่วงปี 1931 มีการผลิต Reverso 8 เรือนให้กับPatek และพิมพ์ชื่อ Patek บนหน้าปัด ผลิตเป็น WG 4 เรือน , WG สลับ YG กับ YG อีก4เรือน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะช่วงนั้น Jacques Davide LeCoultre ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารของ Patek และ managing director ของ JLC  ในช่วงนั้น JLC ยังผลิต Reverso ให้กับ VC และ Cartier ด้วย ในจำนวนเล็กน้อย ปัจจุบัน Reverso ที่เป็นแบรนด์อื่นจึงกลายเป็นของหายาก และมีมูลค่าสูงในตลาดประมูล

3. คุณสามารถสั่งผลิต Reverso ในแบบที่คุณต้องการ Artelier Reverso คือบริการพิเศษให้คุณสามารถสั่งผลิต Reverso ได้เองตามใจชอบ เพื่อให้เป็นเรือนเดียวในโลก มีแบบหน้าปัดให้เลือกถึง 180 แบบ (enamel, guilloche, lacquer, plain) สามารถเลือกเองได้หมด ทั้งขนาดตัวเรือน วัสดุ สาย (หลากหลายทั้งแบบ สี วัสดุ) เรียกได้ว่า custom made ได้ตามต้องการ หากสนใจ ติดต่อได้ที่ JLC boutique ทั่วโลก ส่วนเรื่องราคา ก็เป็นไปตาม spec ที่เราเลือกครับ

4. ตัวเรือน Reverso มีมากถึง 53 แบบ (นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่ Reverso มีอายุครบ 85 ปี ) เนื่องจากมีหลายขนาด ทั้งสำหรับ ผู้ชาย และผู้หญิง เรือนหนา-บาง ทางจตุรัส (Squadra) ปัจจุบันมีแผนปรับรุ่นปกติให้เหลือ 6 ขนาด คือ แบบหน้าเดียว 3ขนาด Small Medium Large และแบบสองหน้าอีก 3 ขนาด S M L เพื่อป้องกันลูกค้าสับสน แต่ ณ ปัจจุบัน ก็ยังมีขนาดพิเศษ สำหรับรุ่นพิเศษออกมาใหม่เรื่อยๆ เช่น Reverso Tribute ซึ่งตอนนี้นับได้ 4 แบบแล้วครับ ไม่รู้จะขยันออกแบบไปถึงไหน
เมื่อนาฬิกาเหลี่ยมกลไกก็ต้องเหลี่ยมด้วย JLC ผลิตกลไกทรงสี่เหลี่ยมสำหรับ Reverso โดยเฉพาะจำนวนมาก นับจากอดีตถึงปัจจุบัน มีมากกว่า 100 calibers


5. Reverso เคยหยุดผลิตไปเกือบ 20 ปี
ทศวรรษ 1970 นาฬิกาทรงเหลี่ยมเสื่อมความนิยม เพราะคนหันไปชอบทรงกลมมากขึ้น และยังมีวิกฤตินาฬิกาควอตซ์ ทำให้ Reverso หยุดผลิตไปนานเกือบ 20 ปี เริ่มกลับมาผลิตอีกครั้งปี 1982 ด้วยเครื่องควอตซ์ ปี 1985 มีการผลิต Reverso รุ่นแรกที่กันน้ำได้ และใช้เครื่องระบบกลไกไขลาน


6. สิ่งที่ต้องมีใน Reverso ทุกเรือน คือ เส้นขนานเซาะร่อง 3 เส้น ที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเรือน

7. ตัวเรือน Reverso ประกอบจากชิ้นส่วนมากกว่า 50 ชิ้น ตัวเรือนยุคแรกประกอบจากชิ้นส่วนราว 30 ชิ้น ต่อมามีการปรับปรุงทั้งเรื่องระบบกันน้ำ และระบบรางพลิกตัวเรือน ทำให้มีชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่นาฬิกาเรือนกลมทั่วไป ตัวเรือนมีส่วนประกอบเพียง 1-4 ชิ้น โดยเฉลี่ย

8. ปี 1991 ครบ 60 ปี Reverso มีการฉลองครั้งใหญ่ด้วยการใส่กลไก complications ประเภทต่างๆ ในตัวเรือนสี่เหลี่ยมเป็นครั้งแรก เช่น chronograph , worldtime , perpetual calendar , tourbillon , minute repeater สารพัดกลไกซับซ้อนเหล่านี้ ทะยอยออกตลาดในระหว่างปี 1991-1996

9. ทุก 10 ปี Reverso จะฉลองด้วยการออกตัวเรือนแบบใหม่

-->1991 ฉลอง 60 ปี Grande Taile or GT size ใหญ่ขึ้นกว่ายุควินเทจ เทียบได้กับเรือนกลม 36 มม
-->2001 ฉลอง 70 ปี Grande Reverso size พร้อมกลไกไขลาน 8 วัน double barrels ตัวเรือนจึงใหญ่และหนาขึ้น เทียบได้กับเรือนกลม 40 มม
-->2011 ฉลอง 80 ปี Grande Reverso Ultrathin size ขนาดใกล้เคียงรุ่น 70 ปี แต่บางพิเศษ เพียง 7.3 มม
-->2016 มีความพิเศษ คือ ฉลอง 85 ปี ด้วยการออก case Reverso Tribute ซึ่งมีความพิเศษคือ เป็นครั้งแรกที่ขาตัวเรือนงุ้มลง ทำให้สวมใส่กระชับขึ้น และฐานตัวเรือนด้านในเปลี่ยนลายแกะจาก ลายก้นหอย (perlage) มาใช้ลาย Sunray pattern
23
เรื่องของนาฬิกา / 3. MB&F รุ่น LM 101 Frost
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 02:47:22 pm »
หน้าปัดเป็นเกรนที่ทำจากโลหะแข็งปลายมน กดให้เป็นรอยแบบ handmade ล้วนๆ เป็นรุ่นที่ grain หยาบที่สุด มีมิติโดดเด่นที่สุด
24
เรื่องของนาฬิกา / 2. Reverso Ultrathin 1931 Rough
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 02:44:31 pm »
หน้าปัดขัดเรียบ แล้วเคลือบด้วยแลคเกอร์สีแดงโปร่งแสงหลายชั้น ทำให้สีแดงเปลี่ยนโทนสีได้ตามสภาพแสง
25
เรื่องของนาฬิกา / 1. JLC Reverso Tribute Small Seconds
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 02:43:35 pm »
รุ่นล่าสุดของปีนี้ หน้าปัดใช้เทคนิคขัดเงาเป็นลาย sunray แล้วเคลือบด้วยแลคเกอร์สีน้ำเงินเข้มและแลคเกอร์ใสหลายชั้น เพื่อให้มีความโปร่งแสง ดูมีมิติ แต่ยังเห็นลาย sunray
26
เรื่องของนาฬิกา / เรื่องของหน้าปัดนาฬิกา และ grain dial
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 02:42:03 pm »
หน้าปัดนาฬิกาที่ทำจากโลหะ ความเงาจากการสะท้อนแสงจะทำให้อ่านค่ายาก จึงต้องตกแต่งหน้าปัดนาฬิกาเพื่อให้อ่านค่าง่าย (good readability) และยังทำเพื่อความสวยงามด้วย เทคนิคที่นิยมใช้มีสามแนวหลัก คือ ขัดเงา+เคลือบผิว , แกะลาย guilloche , ทำผิวหยาบ grain dial ทั้งสามเทคนิคนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ยุคนาฬิกาพก ซึ่งสมัยนั้นเครื่องมือและเทคโนโลยีแตกต่างจากปัจจุบันราวฟ้ากับเหว

1. ขัดเงาก่อนเคลือบ เป็นวิธีที่ไม่ยาก แต่จะทำให้สวยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เทคนิคคือ ขัดแผ่นโลหะทำหน้าปัดให้เป็นเงา แล้วเคลือบแลกเกอร์ จะเป็นชนิดใสหรือสีสันต่างๆก็ได้ ลายที่ขัดมีทั้งลายเรียบธรรมดา หรือลาย sunray หากทำพลาดก็ลบทิ้งขัดใหม่ได้ ความยากและความสวยของหน้าปัดแบบนี้ จะอยู่ที่ขั้นตอนเคลือบน้ำยาแลกเกอร์ให้ได้สีสันหรือเกิดมิติที่ถูกใจคนซื้อ เช่น เปลี่ยนสีได้ตามมุมมอง (visual effect)

2. Guilloche dial เป็นการแกะสลักพื้นผิวให้เป็นลายpatternซ้ำๆด้วยเครื่องมือพิเศษ ต้องใช้ทักษะชั้นสูงในการควบคุมหัวแกะให้เกิดเป็นลาย จัดเป็นงานฝีมือชั้นสูง ประโยชน์ของลายละเอียดพวกนี้คือ ลดการสะท้อน ทำให้เกิดแสงนวลตาและอ่านค่าง่าย ความที่ทำยาก ต้นทุนสูง จึงพบเฉพาะในแบรนด์ระดับสูง เช่น Breguet VC AP Patek แบรนด์รองลงมาที่อยู่ในกลุ่ม affordable luxury ก็มีหน้าปัดเลียนแบบ guilloche แต่ใช้การปั้มลาย มองด้วยตาเปล่าก็แยกได้ เพราะลายจะตื้น เส้นไม่ลึก ไม่คมชัด เช่น frederique constant

3. Grain dial เป็นเทคนิคที่ยากที่สุดในยุคร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันดูเหมือนจะง่ายขึ้น เพราะใช้วิธีพ่นทราย เครื่องจักรจะพ่นลูกกระสุนโลหะขนาดเล็กจิ๋วด้วยแรงดัน 100-150 psi ไปยังแผ่นโลหะหรือทองที่ใช้ทำหน้าปัด ทำให้เกิดผิวขรุขระแบบ random แต่ยังต้องอาศัยความชำนาญของช่างในการควบคุมพื้นผิวให้มีความหยาบสม่ำเสมอกันทั้งแผ่น เกิดพลาดตรงไหนจะแก้ไขไม่ได้ ต้องหลอมทิ้ง ทำใหม่ แต่ถ้าเป็นในยุคที่เก่ากว่า50ปีลงไป จะใช้แปรงโลหะคล้ายแปรงสีฟันที่มีขนแปรงโลหะแข็งปลายมนเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 มม.กดอัดลงบนผิวหน้าปัดให้เกิดรอยขรุขระแบบrandom วิธีนี้จะได้ลายหยาบ ดูมีมิติมากที่สุด แต่ก็ทำยากที่สุดเช่นกัน เทคนิคนี้เสื่อมความนิยมไปนานนับร้อยปี จนกระทั่งปี 2005 Breguet รื้อฟื้นมาทำใหม่ในรุ่น La Tradition (แต่ใน catalogue เขียนว่าเป็น sand blasting เพื่อให้เข้าใจง่าย) ปัจจุบันมีแบรนด์อินดี้อื่นๆนำไปใช้ เพื่อแสดงพลังฝีมือช่างชั้นสูง เช่น MB&F , Grubel Forsey สำหรับหน้าเกรนขอ อูแบง ฌูเกนเซน (Urban Jurgensen) เขาระบุว่าใช้เทคนิคโบราณอีกแบบหนึ่ง คือ ใช้ผงขัดชนิดหยาบที่เป็นส่วนผสมพิเศษของเม็ดโลหะและเม็ดเกลือ ใช้มือขัดผิวหน้าปัดให้เป็นเกรน งานที่ได้จึงมีเกรนที่ขรุขระกว่าวิธีพ่นทราย แต่น้อยกว่าวิธีกดด้วยแปรงโลหะ วิธีการแบบนี้ ทำให้แต่ละชิ้นมีลายเฉพาะตัวไม่ซ้ำกัน เรียกได้ว่าเป็น unique piece ก็ว่าได้

27
ประกาศซื้อ-ขายนาฬิกา / Omega seamaster Cal. 354 ปี 1954
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 02:19:26 pm »
ขนาด 35 มม. ตัวเรือนทองหุ้ม ฝาเกลียว สวยสมบรูณ์ คลาสสิค.... 24,500.
28
ประกาศซื้อ-ขายนาฬิกา / Omega constellation Cal.561 ปี 1961
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 01:58:54 pm »
หอดูดาวทรงขาสิงขนาด34มม.วัดโดยไม่รวมมะยม รวม36มม.โดดเด่นด้วยหลักบอกเวลาเป็นหลักทองเข็มทรงดาบที่สวยงามลงตัว มีช่องแสดงวันที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา  >>> ทองหุ้ม>>> เครื่องสวย >>>เดิมตรง 50กว่าปียังใช้งานได้ปกติ

สนใจติดต่อมาครับ...081-865-6599
29
ข่าวสารสมัครงาน / รับสมัครช่างซ่อมนาฬิกา
« กระทู้ล่าสุด โดย wat เมื่อ พฤศจิกายน 01, 2018, 01:23:39 pm »
ประจำคลีนิคนาฬิกาสาขาพัทยา

คุณสมบัติ
-ช่างมีประสบการณ์พอสมควร
-มีบ้านพักให้
-เงินเดือนขั้นต่ำ 20,000 บาท
- เงินเดือนขึ้นให้ตามความสามารถ ทดลองงานก่อน 1 อาทิตย์ (ทดลองงานวันละ 500บาท )


สนใจติดต่อ
Tel : 0841162018
Line : ninew_z
30
สนใจเข้าไปดูสินค้าได้ที่:
เว็บไซด์:     http://www.mistertom.net
FB:         https://www.facebook.com/mistertom2/

ช่องทางการสั่งซื้อ
Email:      mr.tom2016@hotmail.com
Tel:         095-371-8061
Line ID:   mr.tom2016
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7