ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องไม่ลับของ Reverso ที่คุณอาจจะยังไม่รู้  (อ่าน 127 ครั้ง)

wat

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด
1. Reverso กำเนิดจากกีฬาโปโล แต่ไม่ใช่ sport watch
Reverso เกิดขึ้นเมื่อปี 1931 เมื่อนักโปโลประสบปัญหาลูกโปโลกระแทกหน้าปัดนาฬิกาแตก และได้ปรึกษากับ JLC ฝ่ายออกแบบจึงคิดค้นนาฬิกาที่มีตัวเรือนพลิกกลับได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุดังกล่าว
ยุคนั้นเพิ่งเริ่มมีนาฬิกาข้อมือ เกือบทั้งหมดเป็นรูปแบบแนวเดรส การแยกประเภทเป็นแนวสปอร์ต เริ่มมีในยุค 1970 เป็นต้นมา


2. Reverso บางรุ่น ไม่ใช่แบรนด์ JLC ช่วงปี 1931 มีการผลิต Reverso 8 เรือนให้กับPatek และพิมพ์ชื่อ Patek บนหน้าปัด ผลิตเป็น WG 4 เรือน , WG สลับ YG กับ YG อีก4เรือน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เพราะช่วงนั้น Jacques Davide LeCoultre ดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารของ Patek และ managing director ของ JLC  ในช่วงนั้น JLC ยังผลิต Reverso ให้กับ VC และ Cartier ด้วย ในจำนวนเล็กน้อย ปัจจุบัน Reverso ที่เป็นแบรนด์อื่นจึงกลายเป็นของหายาก และมีมูลค่าสูงในตลาดประมูล

3. คุณสามารถสั่งผลิต Reverso ในแบบที่คุณต้องการ Artelier Reverso คือบริการพิเศษให้คุณสามารถสั่งผลิต Reverso ได้เองตามใจชอบ เพื่อให้เป็นเรือนเดียวในโลก มีแบบหน้าปัดให้เลือกถึง 180 แบบ (enamel, guilloche, lacquer, plain) สามารถเลือกเองได้หมด ทั้งขนาดตัวเรือน วัสดุ สาย (หลากหลายทั้งแบบ สี วัสดุ) เรียกได้ว่า custom made ได้ตามต้องการ หากสนใจ ติดต่อได้ที่ JLC boutique ทั่วโลก ส่วนเรื่องราคา ก็เป็นไปตาม spec ที่เราเลือกครับ

4. ตัวเรือน Reverso มีมากถึง 53 แบบ (นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่ Reverso มีอายุครบ 85 ปี ) เนื่องจากมีหลายขนาด ทั้งสำหรับ ผู้ชาย และผู้หญิง เรือนหนา-บาง ทางจตุรัส (Squadra) ปัจจุบันมีแผนปรับรุ่นปกติให้เหลือ 6 ขนาด คือ แบบหน้าเดียว 3ขนาด Small Medium Large และแบบสองหน้าอีก 3 ขนาด S M L เพื่อป้องกันลูกค้าสับสน แต่ ณ ปัจจุบัน ก็ยังมีขนาดพิเศษ สำหรับรุ่นพิเศษออกมาใหม่เรื่อยๆ เช่น Reverso Tribute ซึ่งตอนนี้นับได้ 4 แบบแล้วครับ ไม่รู้จะขยันออกแบบไปถึงไหน
เมื่อนาฬิกาเหลี่ยมกลไกก็ต้องเหลี่ยมด้วย JLC ผลิตกลไกทรงสี่เหลี่ยมสำหรับ Reverso โดยเฉพาะจำนวนมาก นับจากอดีตถึงปัจจุบัน มีมากกว่า 100 calibers


5. Reverso เคยหยุดผลิตไปเกือบ 20 ปี
ทศวรรษ 1970 นาฬิกาทรงเหลี่ยมเสื่อมความนิยม เพราะคนหันไปชอบทรงกลมมากขึ้น และยังมีวิกฤตินาฬิกาควอตซ์ ทำให้ Reverso หยุดผลิตไปนานเกือบ 20 ปี เริ่มกลับมาผลิตอีกครั้งปี 1982 ด้วยเครื่องควอตซ์ ปี 1985 มีการผลิต Reverso รุ่นแรกที่กันน้ำได้ และใช้เครื่องระบบกลไกไขลาน


6. สิ่งที่ต้องมีใน Reverso ทุกเรือน คือ เส้นขนานเซาะร่อง 3 เส้น ที่ด้านบนและด้านล่างของตัวเรือน

7. ตัวเรือน Reverso ประกอบจากชิ้นส่วนมากกว่า 50 ชิ้น ตัวเรือนยุคแรกประกอบจากชิ้นส่วนราว 30 ชิ้น ต่อมามีการปรับปรุงทั้งเรื่องระบบกันน้ำ และระบบรางพลิกตัวเรือน ทำให้มีชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่นาฬิกาเรือนกลมทั่วไป ตัวเรือนมีส่วนประกอบเพียง 1-4 ชิ้น โดยเฉลี่ย

8. ปี 1991 ครบ 60 ปี Reverso มีการฉลองครั้งใหญ่ด้วยการใส่กลไก complications ประเภทต่างๆ ในตัวเรือนสี่เหลี่ยมเป็นครั้งแรก เช่น chronograph , worldtime , perpetual calendar , tourbillon , minute repeater สารพัดกลไกซับซ้อนเหล่านี้ ทะยอยออกตลาดในระหว่างปี 1991-1996

9. ทุก 10 ปี Reverso จะฉลองด้วยการออกตัวเรือนแบบใหม่

-->1991 ฉลอง 60 ปี Grande Taile or GT size ใหญ่ขึ้นกว่ายุควินเทจ เทียบได้กับเรือนกลม 36 มม
-->2001 ฉลอง 70 ปี Grande Reverso size พร้อมกลไกไขลาน 8 วัน double barrels ตัวเรือนจึงใหญ่และหนาขึ้น เทียบได้กับเรือนกลม 40 มม
-->2011 ฉลอง 80 ปี Grande Reverso Ultrathin size ขนาดใกล้เคียงรุ่น 70 ปี แต่บางพิเศษ เพียง 7.3 มม
-->2016 มีความพิเศษ คือ ฉลอง 85 ปี ด้วยการออก case Reverso Tribute ซึ่งมีความพิเศษคือ เป็นครั้งแรกที่ขาตัวเรือนงุ้มลง ทำให้สวมใส่กระชับขึ้น และฐานตัวเรือนด้านในเปลี่ยนลายแกะจาก ลายก้นหอย (perlage) มาใช้ลาย Sunray pattern